ต่อยอดความสำเร็จด้วย “Living Revolution” กลยุทธ์ทำ “บ้านให้เป็นบ้าน” กับก้าวสำคัญของ “เนอวานา ไดอิ” ในการพลิกโฉมอสังหาฯ

Other channel

13/06/2019

เดี๋ยวนี้…ชีวิตคนยุคใหม่สามารถลงหลักปักฐาน ตั้งตัวได้เร็ว นั่นจึงเป็นสาเหตุที่เราได้เห็นว่าวัยเริ่มทำงาน หรือแม้แต่วัยรุ่นที่ประกอบอาชีพเสริมตั้งแต่ยังเรียนไม่จบปริญญาตรี ถึงมีคอนโด บ้าน รถ ตั้งแต่อายุยังน้อย เรื่องนี้สอดคล้องกับแนวคิดทางธุรกิจของบริษัทอสังหาริมทรัพย์คลื่นลูกใหม่อย่าง “เนอวานา ไดอิ” ด้วยเช่นกัน

แม้จะมีประสบการณ์ในฐานะผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์มามากกว่า 15-16 ปี แต่ชื่อของ เนอวานา ไดอิ ได้กลายเป็นคลื่นลูกใหม่ที่ต้องจับตา! หนึ่งในบริษัทเครือ สิงห์ เอสเตท และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เมื่อราว 4 ปีก่อน

จากจุดเริ่มต้น…กระทั่งความสำเร็จอย่างต่อเนื่องยาวนาน กลยุทธ์ใดที่เนอวานา ไดอิ ยึดถือเป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินงาน หรือแม้แต่ความท้าทายที่ต้องก้าวผ่าน จะมีอะไรบ้าง คงไม่มีใครให้คำตอบได้ดีเท่ากับแม่ทัพใหญ่อย่าง คุณศรศักดิ์ สมวัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เนอวานา ไดอิ จำกัด (มหาชน) อีกแล้ว…

สร้าง “บ้าน” ให้เป็น “บ้าน” ที่ทุกคนอยากอยู่

คุณศรศักดิ์ เริ่มต้นเล่าว่า จุดเริ่มต้นของแบรนด์เนอวานามาจากการเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาฯ รายเล็ก ทำโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบเน้นโครงการบ้านเดี่ยว ด้วยวัตถุประสงค์ที่ต้องการพัฒนาบ้านให้ตอบโจทย์ความต้องการของคนที่อยากมีบ้านให้ได้มากที่สุด แต่จนถึงวันนี้ที่มีการควบรวมกิจการแล้วยิ่งทำให้เรามั่นใจในศักยภาพทางการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ ๆ และการเติบโตที่จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

“ที่มาของความสำเร็จอาจเริ่มจากเรามองว่าช่วงนั้นบ้านในอุตสาหกรรมที่มีอยู่ ยังไม่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของเนอวานาในยุคนั้นที่อยากสร้างบ้านให้ทุกคนอยู่แล้วถูกใจ อยู่แล้วมีความสุข ซึ่งแบรนด์เรามีแนวคิดชัดเจนว่า บ้านต้องตอบโจทย์คนอยู่อาศัย เราไม่ได้ทำบ้านเพื่อให้ขายไปได้หมดโครงการไว ๆ แต่เรามั่นใจในสิ่งที่นำเสนอว่าที่อยู่อาศัยของเนอวานานั้นดีทั้งเรื่องโลเคชั่น คุณภาพการออกแบบ และการคิดมาแล้วอย่างดีเพื่อการใช้ชีวิตของลูกค้า”

จาก “Natural Modern” สู่ “Living Revolution” เพื่อทุกชีวิต

นอกจากการคิดเป็นอย่างดีในทุกมิติเพื่อสร้างบ้านคุณภาพในใจลูกค้า สิ่งที่เป็นแกนหลักของแบรนด์ คือการเป็นบ้านแบบ Modern ซึ่งแตกต่างจากแบรนด์อื่นอย่างชัดเจน ด้วยคอนเซปต์ที่เรียกว่า “Natural Modern” เน้นบ้านที่เรียบ สะอาด ใกล้ชิดกับธรรมชาติที่จำเป็นต้องชีวิตโดยเฉพาะเรื่องแสงและลม ขณะเดียวกันก็ยังให้ความเป็นส่วนตัว ทำให้บ้านน่าอยู่ยิ่งขึ้น

แนวคิดแบบ Natural Modern ยังคงเป็นแกนหลักของแบรนด์เนอวานา ไดอิ แต่ในปีนี้แบรนด์ได้ต่อยอดแนวคิดขึ้นไปอีกขั้นด้วยการเป็น “Living Revolution” เพื่อรองรับการเติบโตของโครงการบ้านเดี่ยวขนาดใหญ่ โดยเฉพาะทำเลถนนกรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ ซึ่งคุณศรศักดิ์ อธิบายว่า พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปทำให้แบรนด์ต้องขยับตัว

“เรากำลังอยู่ในยุคที่บ้านเดี่ยวโครงการขนาดใหญ่เติบโต คอนโดก็เติบโต นั่นเป็นสาเหตุที่เนอวานา ไดอิ ต้องขยับตัวเช่นกัน แนวคิด Living Revolution จะเป็นการเปลี่ยนบ้านให้ที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพทุกทาง จากเดิมที่มีคุณภาพอยู่แล้วเราก็จะใส่รายละเอียดให้มากขึ้นในทุกเรื่อง ไม่เว้นแม้แต่โลเคชั่นในการเป็นโครงการที่อยู่อาศัยติดถนนใหญ่ ติดทางสายหลัก ซึ่งเป็นเรื่องที่เราคิดเพื่อผู้อยู่อาศัยทุกคน แม้ว่าแบรนด์เราจะมีคนรุ่นใหม่เป็นกลุ่มเป้าหมาย แต่เราเชื่อว่าการซื้อบ้านเป็นสินทรัพย์ระยะยาวและคนเลือกซื้อบ้านก็เพราะต้องการอยู่รวมกับครอบครัว นั่นหมายถึงคนหลายช่วงวัยอาศัยอยู่ด้วยกัน เราจึงคิดทุกอย่างเพื่อทุกชีวิตสะดวกสบายและมีความสุขในบ้านหลังเดียวกัน”

ส่วนแนวคิดแบบ Living Revolution ไม่ได้เกิดจากประสบการณ์การสร้างบ้านที่แบรนด์เชี่ยวชาญเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการรับข้อมูลเชิงลึกมาจากลูกค้าด้วย เพราะการที่ลูกค้าได้เห็นขั้นตอนการสร้างบ้านหรือการเข้ามาปรึกษาเพื่อบอกในสิ่งที่พวกเขาอยากได้เพิ่มเติม ก็ทำให้แบรนด์เข้าใจลูกค้ายิ่งขึ้นและเห็นเทรนด์ความต้องการว่าอะไรคือสิ่งที่ลูกค้าอยากได้และต้องการจริง ๆ จนทำให้ต่อยอดเป็นโซลูชันแนวคิดใหม่เพื่อลูกค้าในที่สุด โดย คุณศรศักดิ์ ย้ำว่า “แบรนด์เราเน้นทำบ้านให้น่าอยู่ ไม่ใช่แค่ทำให้ลูกค้าอยากซื้อ”

ชูไอเดีย “Modern Living Innovation” สวนกระแส Smart Home

ต้องยอมรับว่ายุคนี้แนวคิด Smart Home Smart Life มาแรงในอุตสาหกรรมที่อยู่อาศัย แต่เนอวานา ไดอิ กลับสวนกระแสแนวคิดนี้

“ผมไม่อยากให้บ้านล้ำหน้ากว่าความต้องการของผู้อยู่อาศัย ไม่ใช่ว่าบ้านของเราล้าหลัง แต่เราเลือกมาให้แล้วว่าเทคโนโลยีอะไร นวัตกรรมแบบไหนที่พอดีและลงตัวกับการใช้ชีวิตในปัจจุบัน ระบบความปลอดภัยเราก็พัฒนาให้ล้ำสมัย ยุคนี้เรื่องมลพิษในอากาศเป็นสิ่งที่ทุกคนใส่ใจ เราก็พัฒนาระบบถ่ายเทอากาศให้ดีขึ้นและมีระบบฟอกอากาศอย่างดีอยู่ในทุกห้องนอน ไม่ได้ใส่ไว้แค่ในห้องนอนหลักของบ้านเพราะเราคิดแทนลูกค้าว่าทุกคนที่อยู่ในบ้านนั้นคือคนสำคัญในครอบครัว เรียกว่าอะไรที่เป็นเทคโนโลยีหลักที่บ้านควรจะมี เนอวานา ไดอิ ใส่ไว้ให้คุณหมดแล้ว นอกจากความพิเศษอื่น ๆ ที่ลูกค้าอยากใช้ชีวิตแบบไฮเทคเพิ่มเติม เทคโนโลยีบ้านของเราก็สามารถรองรับได้”

อย่างที่บอกไปแล้วว่าแบรนด์ของเราเน้นทำบ้านให้น่าอยู่ เพราะคำว่าบ้านในฐานะของคนสร้างบ้านนั้น คือ การทำบ้านที่คนเข้ามาใช้ชีวิตแล้วไม่ต้องปรับตัว อยากมีห้องนอนแบบไหน ใช้ชีวิตยังไงในแต่ละมุมของบ้านก็ต้องสามารถทำได้เลย ไม่ต้องเสียเวลาเรียนรู้เทคโนโลยีอะไรที่เราไม่ได้คุ้นเคย เพื่อทำให้บ้านเป็นสถานที่ที่ใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขจริง ๆ และเราคิดมาตลอดว่าการทำบ้านให้ขายได้หมดไว ๆ นั้นเป็นเรื่องง่ายกว่าทำให้บ้านน่าอยู่ เราจึงคิดให้ลูกค้าตั้งแต่การออกแบบพื้นที่ถอดและจัดเก็บรองเท้าที่ต้องอยู่ภายในบ้านอย่างลงตัว ลูกค้าจะได้ใส่รองเท้าเข้า – ออกบ้านอย่างสะดวกทุกสภาพอากาศแต่มีการใช้เสต็ปเข้ามาช่วยให้เหมาะสมยิ่งขึ้น แม้แต่การรวมพื้นที่ห้องแต่งตัวให้เป็นส่วนหนึ่งเชื่อมกับห้องน้ำ เพราะคงไม่มีใครอยากอาบน้ำแล้วต้องเดินไปแต่งตัวอีกทีหนึ่ง รวมถึงการจัดวางโต๊ะเครื่องแป้งให้อยู่ในมุมที่มีแสงสว่างมากพอสะดวกกับการใช้ชีวิตของสุภาพสตรี สิ่งเหล่านี้เราไม่ได้เลือกไว้ในบางมุมบางพื้นที่ แต่สร้างสรรค์เอาไว้ในทุกมุมทุกพื้นที่ภายในบ้าน

“บ้านสวย ทำเลอนาคต” สะท้อนแบรนด์

คุณศรศักดิ์ ขยายความถึงภาพลักษณ์ของเนอวานา ไดอิ ว่า หากพูดถึงแบรนด์เนอวานาฯ อยากให้คนคิดถึง 3 คำ Details Make Magic เพราะเราเชื่อว่าบ้านของเราไม่ใช่บ้านหลังแรกในชีวิตลูกค้า แต่จะเป็นบ้านที่แสดงถึงความสำเร็จในการใช้ชีวิต เป็นบ้านที่รวมทุกคนในครอบครัวไว้ด้วยกัน ทำให้เราใส่ใจกับ 3 คำสำคัญนี้ เพื่อเติมทุกรายละเอียดที่มีความสำคัญกับการอยู่อาศัยระยะยาวลงตัว ไม่ใช่แค่ภายในบ้านแต่เริ่มจากทำเลที่ตั้ง ดีไซน์การออกแบบ การตกแต่งที่ Modern แต่ต้องเป็นคอนเซปต์ Modern แบบอยู่ไม่ยาก ส่วนหนึ่งอาจเพราะเรารู้จักลูกค้าอย่างชัดเจนว่ากลุ่มเป้าหมายเราเป็นใคร ทำให้สามารถศึกษาและเข้าใจลูกค้าได้ดี การใส่ใจรายละเอียดและการออกแบบอย่างพิถีพิถันเพื่อพวกเขาจึงทำได้ง่ายขึ้น

ต่อยอดความสำเร็จจากบ้านสู่ “คอนโด” โครงการแรก

แม้ว่าชื่อเสียงเกือบ 20 ปีของแบรนด์เนอวานา ไดอิ จะมาจากโครงการบ้านเดี่ยว แต่ที่ผ่านมาก็มีโครงการหลากหลายประเภทภายใต้แบรนด์ ทั้งโฮมออฟฟิศ และทาว์นโฮม หรือแม้แต่คอนโดมิเนียมโครงการหรูอย่าง “บันยัน ทรี เรสซิเดนซ์ ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพ” ซึ่งเป็นคอนโด 133 ยูนิต 45 ชั้นย่านเจริญนคร ติดแม่น้ำเจ้าพระยา กับจุดเด่นเพนท์เฮ้าส์ราคา 300 ล้านบาทที่ตั้งอยู่ชั้นบนสุดของโครงการฯ โดยในปีนี้ บริษัทยังเตรียมลงทุนและเปิดตัวโครงการใหม่ ๆ อีกกว่า 11 โครงการ โดยเฉพาะทำเลถนนกรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ที่ต้องการให้เป็น Showcase Project สร้างเมืองใหม่เพื่อตอบสนองการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่อีกด้วย

“ตั้งแต่เนอวานา บียอนด์ ซึ่งเป็นโครงการสร้างชื่อเสียงให้กับบริษัท ก็ถือว่าเราเปลี่ยนอุตสาหกรรมที่อยู่อาศัยได้พอสมควร โดยเฉพาะเทรนด์บ้านเดี่ยวแบบ Modern ระดับราคาสูงกว่า 10 ล้านบาท การันตีจากโครงการแรกที่สามารถปิดการขายได้ภายใน 3 เดือนแรก หรือแม้แต่โครงการโฮมออฟฟิศและทาว์นโฮมที่เคยทำมาก็ได้การตอบรับเป็นอย่างดีทุกโครงการ รวมถึงโครงการคอนโดแรกของเราที่ตอนนี้มียอดจองเกินครึ่งโครงการแล้ว รวมถึงเพนท์เฮ้าส์ห้องเดียวของโครงการก็มีผู้สนใจเป็นเจ้าของเรียบร้อย เนื่องจากทำเล ทิวทัศน์โดยรอบ รวมถึงงานออกแบบและตกแต่งคุณภาพระดับสูง ที่เรามั่นใจในความพร้อมและศักยภาพของบริษัทแล้วจึงเกิดโครงการดังกล่าว เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์และเพิ่มความหลากหลายในแบรนด์”

“เรียนรู้” จาก “ปัญหา – ลูกค้า” เคล็ดลับการเติบโต

อย่างไรก็ตาม คุณศรศักดิ์ ยังได้เปิดเผยเคล็ดลับสู่ความสำเร็จด้วยว่า เนอวานาฯ ถูกท้าทายตั้งแต่วันแรกที่เริ่มต้น เนื่องจากช่วงนั้นตนเองมีอายุเพียง 28 ปี จนถึงวันนี้ต้องยอมรับว่า Customer Experience ให้ประสบการณ์ที่ดีมากและทำให้แบรนด์ได้เรียนรู้ พร้อมทั้งก้าวต่อไปในระยะยาว นอกจากประสบการณ์ในการเป็น Real Estate Finance คนหนึ่งของประเทศ รวมถึงการเป็นนักวิเคราะห์อสังหาริมทรัพย์มาก่อนหน้า ยิ่งทำให้ได้เรียนรู้จากปัญหาว่าแต่ละเรื่องควรได้รับการแก้ไขอย่างไร ลูกค้าต้องการที่อยู่อาศัยแบบไหน ส่งผลให้เราได้เห็นผลกระทบที่เกิดขึ้นจริงจากประสบการณ์จริง และสามารถนำมาต่อยอดสู่การวางรากฐานแก่เนอวานา ไดอิ ได้เป็นอย่างดี

Source from www.marketingoops.com